นรินพ้นคุก ส่อซวยซ้ำคนเห็นไม่ได้อยู่บ้าน วันชมพู่หาย

จน 49 วันแล้วยังไม่มีวี่แววว่าจะจับคนร้ายได้ เมื่อวันที่ 29 มิ.ย.63 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่หมู่บ้านกกตูม ต.กกตูม อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร บริเวณหน้าบ้านของนายนริน เชื้อคมตา หลังจากเจ้าตัวเดินทางกลับมาถึงบ้าน ซึ่งมีบรรดาญาติ ๆ เตรียมพิธีผูกแขนรับขวัญ โดยมีชาวบ้านที่รู้จักเดินทางมารับขวัญจำนวนมาก จากนั้นนำผ้ามารองพานรับขวัญ มีดอกพุด เทียน ใบมะยม ใบคูณ ใบยอ เทียน และไข่ไก่ 9 ฟอง

ทีมข่าวสอบถาม นางย้อม เชื้อคนแข็ง ญาตินายนริน เปิดเผยว่าพิธีนี้ตามความเชื้อทางภูไท เชื่อกันจะเรียกขวัญกลับมา พิธีนี้ตั้งใจจัดให้นายนริน ซึ่งตนไม่รู้คดีเป็นอย่างไร แต่สู้คดีถึงที่สุด ขณะที่นายนริน อยู่ในอาการเหนื่อยล้า ถึงกลับกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่เมื่อเข้ามาถึงที่บ้าน พร้อมยืนยันว่าไม่ได้กระทำอนาจารเด็กหญิงเอ หลังจากไม่ได้กลับบ้านมา 9 วันแล้วที่ถูกควบคุมตัวไปเป็นพยาน และดีใจที่ได้กลับบ้านมาหาภรรยา ลูกสาวและลูกชาย


 

ทั้งนี้ชาวบ้านแห่มาให้กำลังใจ ซึ่งนายนริน ร้องไห้ตลอดเวลา ระบุสั้น ๆ ว่า ตนเองยากลำบากมาก และยังคงยืนยันในความบริสุทธิ์ของตัวเอง มั่นใจในความบริสุทธิ์ แต่วันนี้ต้องขอบคุณสื่อมวลชนที่ช่วยจนทำให้ตนได้ออกมา รวมทั้งนางชนาภา ภรรยาของนายนริน ได้ขอบคุณสื่อมวลชนเช่นกัน ส่วนน้ำตาที่ไหลออกมาเป็นน้ำตาแห่งความดีใจที่ครอบครัวได้กลับมาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันอีกครั้ง หลังจากมีการผูกแขนให้นายนรินแล้วเสร็จ ได้มีการผูกแขนให้ทีมข่าว เพื่อแสดงความขอบคุณที่ติดตามข่าวมาโดยตลอดเช่นกัน

ทีมข่าวได้พูดคุยกับ นางสาวิตรี วงศ์ศรีชา แม่ของน้องชมพู่ เปิดเผยว่า หลังนายนรินได้รับการประกันตัว ตนก็ไม่ได้รู้สึกอะไร คิดว่าเขาทำไปตามกฎหมาย เพราะทุกคนมีสิทธิ์ที่จะปกป้องตัวเอง ก็ปล่อยไปตามกระบวนการของกฎหมาย และให้ตำรวจทำงานไป ซึ่งศาลคงจะพิจารณาแล้วตนก็ไม่ขอก้าวล่วง ซึ่งสำหรับนายนรินนั้น ตนไม่เคยสงสัยเลย แต่ยอมรับว่ารู้สึกกลัวว่า นายนรินจะไม่พอใจที่คดีของน้องชมพู่ ทำให้ครอบครัวเขาเดือดร้อน อย่างไรก็ตาม ตนเชื่อว่าตำรวจน่าจะหาหลักฐานอะไรได้บ้างแล้ว เพราะก็ทำงานทุกวัน เป็นไปไม่ได้ว่าไม่ได้หลักฐานอะไร

ทีมข่าวเดินทางมาพบ นางขวัญใจ เชื้อตาพระ ชาวบ้านที่เคยได้ยินเสียงหมาเห่าในวันที่ชมพู่หาย เปิดเผยอีกครั้งว่า ในวันที่ 11 พ.ค.63 ที่ผ่านมา ตนเองไม่ได้สังเกต หรือได้ยินเสียงรถจักรยานยนต์เลย รวมถึงรถจักรยาน ตนก็ไม่เห็น ตนออกไปตามเสียงสุนัขที่ ไม่ได้สำรวจที่จุดอื่น ๆ

ในวันที่ 11 พ.ค.63 ตนออกไปตาหาน้องชมพู่ ตั้งแต่เวลา 10.30 น. ยืนยันวันดังกล่าวไม่ได้เห็นนายนรินเลย แต่ตนมาเห็นนายนรินอีกครั้งคือ วันที่ 12 พ.ค.63 ช่วงเวลา 12.00-13.00 น. เห็นเพียงช่วงสั้น ๆ โดยตนเดินไปตามถนนเพื่อหาน้องชมพู่ และพบว่านายนริน ขี่รถจักรยานยนต์สีแดงสวน มุ่งหน้าเข้าบ้าน ละแวกหน้าโรงเรียนบ้านกกกอก แต่ไม่ทราบว่านายนริน ขี่มาจากไหน คาดว่าคงจะกลับเข้าบ้าน ส่วนเรื่องคดีของนายนริน ตนเคยได้ยินแค่หลานนายนริน ถูกเพื่อนชกท้อง ไม่ได้มีเหตุเช่นนี้ ซึ่งตนก็ไม่ทราบรายละเอียด ตนไม่ได้สนิทรู้จักว่าเป็นคนไหน นิสัยเป็นคนเงียบ ๆ จักรยานของนายนริน ตนเคยเห็นแต่น้องชายนายนรินเป็นผู้ปั่นไปมา ส่วนนายนริน ตนไม่เคยเห็นว่าจะปั่นไปไหน

ทีมข่าว เดินทางมาที่บ้านนายนริน เชื้อคมตา ลักษณะเป็นบ้านสูง 2 ชั้น แต่ชั้น 2 ยังสร้างไม่เสร็จ ถูกล้อมสังกะสีไว้ ทีมข่าวเดินพูดคุยไปพร้อมกับ น.ส.หมวย (นามสมมติ) ลูกสาวนายนริน ซึ่งพาทีมข่าวเข้าไปดูภายในบ้านเพื่อความบริสุทธิ์ โดยบ้านมีประตูเข้าออก 2 ทาง คือหลังบ้าน กับหน้าบ้าน

ด้านในเป็นพื้นที่โล่ง ไม่ได้มีการกั้นห้อง มีแค่บางจุดที่เป็นกำแพงตั้งไว้ โดยกั้นเพื่อวางที่นอนของภรรยานายนรินเท่านั้น ตรงกลางบ้านใต้พัดลมเพดาน ลูกสาวชายนริน ระบุว่า เป็นจุดที่พ่อของตนมักจะนอนเป็นประจำ หรือบางครั้งจะไปนอนหน้าทีวี ซึ่งในบ้านเป็นพื้นที่โล่ง มีกันพื้นที่โดยใช้พากั้นเป็นห้องลูกชาย ติดห้องลูกชายเป็นห้องเก็บของ ซึ่งสกปกส่วนเสื้อผ้านายนริน ครอบครัวจำไม่ได้ว่าใส่ชุดไหน จึงขนเสื้อผ้าไม่กี่ชิ้นมาให้ทีมข่าวดู ระบุว่ากางเป็นกางเกงขาสั้น นายนรินจะใส่ทำสวน ทำนา แต่หากเป็นขายาว นายนรินจะใส่เพื่อไปป่า พร้อมนำชุดวันที่พ่อใส่ไปในวันที่ 20 มิ.ย.63 ซึ่งตำรวจเชิญตัวไปเป็นวันสุดท้ายที่พ่ออยู่บ้าน

แต่เมื่อเมื่อดูตู้เสื้อผ้าพบว่าแทบจะไม่มีการใช้ง่าน มีเสื้อผ้าไม่กี่ตัว และมีฝุ่นเกาะอยู่จำนวนมาก ไม่มีการปิดประตูตู้ ส่วนชั้น 2 ไม่มีคนอาศัย ยังปิดฝาไว้ด้วยสังกะสีล้อม และพื้นมีแต่ฝุ่นตั้งแต่บันได โดยระบุว่าบ้านนี้สร้างมา 10 กว่าปี แต่ยังสร้างไม่เสร็จ จึงปล่อยไว้แบบนั้น ลูกสาวให้สัมภาษณ์ช่วงท้าย มั่นใจพ่อไม่ผิดทั้ง 2 คดีอย่างแน่นอน

ขอบคุณ ทุบโต๊ะข่าวอัมรินทร์

เรียบเรียง มุมข่าว

ขอบคุณทีมงาน mumkhao

 

Loading...

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *